กฎแห่งการดึงดูด EP.2 Law of Attraction

Last updated: Oct 28, 2020  |  302 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

กฎแห่งการดึงดูด EP.2 Law of Attraction

ในยุคที่มีผู้คนกล่าวถึงกฎแห่งแรงดึงดูดกันมาก นั่นเป็นเพราะที่ผ่านมา มีผู้คนที่จำนวนไม่น้อยประสบความสำเร็จจากกฎนี้มาแล้ว โดยพื้นฐานของกฎนี้ก็คือ
"พลังงานที่เหมือนกัน ย่อมดึงดูดกัน" ซึ่งหนึ่งในผู้สำเร็จเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่าชีวิตของเธอก่อนหน้านี้ ตกต่ำอย่างสุดขีดแทบจะทุกเรื่อง เธอคิดเสมอว่าโลกใบนี้ช่างโหดร้าย ผู้คนรอบกายเธอล้วนเห็นแก่ตัว และจ้องจะเอาเปรียบเธอแทบจะทุกครั้งไป

ความคิดเหล่านั้นอยู่ติดตัวเธอช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งก็นานพอสมควรเลยทีเดียว เธอยังจำเสมอว่าช่วงนั้นดูเหมือนจะมีแต่สิ่งเลวร้ายเข้ามาหาเธอ แม้ว่าเธอจะทำอะไรดูเหมือนจะล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง
        ในวงสนทนาของหญิงสาว เธอมักมองว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่นๆ ไม่ว่าจะหน้าตา คำพูดคำจา ความสามารถ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็สะท้อนความเจ็บปวด ในส่วนลึกของจิตใจเธอเป็นประจำ จนบางครั้งเธอต้องปฏิเสธการสนทนา เพราะทนความทรมานจากสิ่งเหล่านี้ไม่ไหว
ชีวิตครอบครัวเธอนั้นก็แย่ไม่ต่างกัน เพราะมักจะมีปากเสียงกับคนในบ้านอยู่เสมอ หรือไม่บางทีเมื่อเห็นคนในบ้านทะเลาะกัน เธอก็แอบคิดว่าหากไม่ต้องเกิดมาในครอบครัวนี้คงจะดี

แต่ผู้หญิงคนนี้ทุกวันนี้เธอเปลี่ยนไปแล้ว นั่นเป็นเพราะเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิดที่แย่ๆในอดีตให้ดีขึ้น แม้บางครั้งต้องเจอมุมที่เลวร้าย ก็พยายามหามุมที่ดีของมัน นั่นจะทำให้ชีวิตของเธอมีความสุขขึ้น เป็นการใข้กฎแห่งแรงดึงดูดพิชิตสิ่งที่เธอเรียกว่ากรรม
           เชื่อว่าคงมีหลายคนเหมือนกันที่ต้องเผชิญช่วงเวลาที่เลวร้ายในชีวิต แล้วคิดในใจว่า ทำไมต้องเป็นเรา นี่มันกรรมของเราละสิ ความคิดเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดด้านลบ ที่จะนำพาสิ่งที่แย่ๆตามมาซึ่งนอกจากนี้ คนส่วนมากก็จะมีความคิดในเชิงนี้ อีกหลายแบบ ลองดูว่าคำเหล่านี้คุ้นหูใครบ้าง
"เราไม่มีเงิน เพราะมีแต่หนี้สินแค่ประคองตัวไปให้ถึงสิ้นเดือนก็ดีถมไปแล้ว"

"เราจะถูกหุ้นส่วนโกงไหม" 

"เจ้านายจ้องจะจับผิดเราตลอดเลย"

"ไม่กล้าทำสิ่งนี้ เพราะเกิดล้มเหลวขึ้นมาก็จะไม่เหลืออะไร"

"เราคงไม่รวยได้ เพราะเราไม่เคยโกงใคร" "หากเราไม่เอาเปรียบใคร เราก็มักจะถูกเอาเปรียบเสมอ"
"เราคงไม่ประสบความสำเร็จแน่ เพราะเราไม่มีโอกาส ไม่มีเส้นสายเหมือนคนอื่น"
เชื่อว่าหลายคนเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ คงจะคิดถึงช่วงเวลาเลวร้ายในชีวิตของตนเองขึ้นมาบ้าง โดยเมื่อยามชีวิตเข้าสู่ความยากลำบาก
ทั้งความโกรธความเกลียด เคียดแค้น ความอิจฉาริษยา และความคิดเลวร้ายอื่นๆ จะประดังเข้ามาสู่สมองอย่างไม่หยุดยั้ง และจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น หากว่าไม่สามารถหาทางออกได้ สุดท้ายชีวิตจะก้าวเข้าสู่ประตูแห่งความล้มเหลวอย่างไม่ทันรู้ตัว เมื่อใดก็ตามที่มีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาในชีวิต ชีวิตเราต้องรู้จักโยงความรู้สึกของเรากับเหตุการณ์นั้นๆ แล้วดูว่าความรู้สึกกับความคิดของเรานั้นอยู่ด้านลบหรือด้านบวกกันแน่ เราต้องพยายามให้ความคิดและความรู้สึกของเราอยู่ในด้านบวกเสมอ เพื่อที่จะใช้เป็นพลังด้านบวกให้ดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต

ซึ่งหากเราจะมองย้อนมาในชีวิตจริงการที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดในด้านลบให้กลับมาอยู่ในด้านบวกนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่เราต้องรู้จักวิธีการที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งความคิดนั้นจะยิ่งทรงพลังขึ้นอีกหากว่าเรามีความเชื่อในกฎแห่งแรงดึงดูด โดยเป็นพลังที่อยู่ทั่วทั้งจักรวาล ไม่ว่าจะไปอยู่แห่งไหนในจักรวาลก็มีพลังเหล่านี้ ขึนอยู่กับว่าเราจะสามารถดึงมาใช้ประโยชน์ต่อตนเองได้มากน้อยเพียงใด ถือว่าเป็นอนุภาคแห่งความคิดที่สร้างปรากฏการณ์ในชีวิตให้เกิดขึ้นจริงได้เสมอเราต้องเชื่ออยู่เสมอว่า เรายังมีโอกาสพลิกชีวิตจากที่ตกต่ำให้กลายเป็นสูงสุด ต้องเชื่อและเข้าใจในกฎแห่งแรงดึงดูดตลอดเวลา โดยเราจะสามารถควบคุมพลังของมันได้ด้วย 2 ข้อตามนี้
1. ต้องหมั่นตรวจสอบความคิดตัวเองอยู่เสมอว่า ตอนนี้เรากำลังคิดอะไรอยู่

2. ต้องนึกถึงแต่สิ่งที่ต้องการจริงๆ อย่าได้คิดถึงในสิ่งที่ตนไม่ต้องการ

กฎแห่งแรงดึงดูดนั้น ไม่ใช่ความลับอย่างนิยามของมันอีกต่อไป ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันในระดับชาวบ้าน และควรจะได้รับความใส่ใจตามที่ควรจะได้รับอย่างยิ่ง

คุณก็เช่นเดียวกันที่สามารถเรียนรู้ กฎแห่งแรงดึงดูด  เพื่อสร้างสิ่งใดก็ตามที่คุณต้องการขึ้นมาในชีวิต ไม่ว่าจะความมั่นคงทางการเงิน ความรักคนรัก  หรือแม้กระทั่งความสุข

แต่ในกรณีนี้เราจะมุ่งเน้นที่ความมั่นคงทางการเงิน ความมั่งคั่ง ซึ่งกฎแห่งแรงดึงดูด สอนว่า  คุณสามารถ มี เป็น และทำส่ิงใดก็ตามที่คุณต้องการในชีวิตได้ หากคุณมุ่งความคิดและความสนใจไปยังเรื่องที่คุณมุ่งหวัง

เชื่อไหมว่าหากคุณติดตามกลุ่มคน 100 คน ไปเป็นเวลา 40 ปี จนกระทั่งพวกเขาถึงเวลาเกษียณอายุ และข้อมูลที่คุณจะพบก็คือ

มีเพียง 1 คน ที่มั่งคั่ง 4 คนจะมีความมั่นคงทางการเงิน 5 คนยังคงทำงานต่อไป ไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องการ แต่เพราะพวกเขาต้องทำ  36 คนจะตายไปแล้ว  54 คนจะถังแตกตายคือต้องใข้ชีวิตอยู่กับประกันสังคม ญาติ เพื่อน และแม้กระทั่งส่วนบุญ เพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ในระดับมาตรฐานต่ำสุด 

นั่นหมายความว่าจะมีคนประสบความสำเร็จและมีความมั่งคั่งมั่นคงทางการเงินเพียง 5 % เพราะฉะนั้นมนุษย์ต้องเรียนรู้ที่จะเพิ่มพลังกระบวนการทางความคิด ที่ถูกต้องเพื่อดึงดูดความมั่งคั่ง เพราะมนุษย์มีความสามารถที่จะสร้างความคิดและทำในสิ่งที่เป็นวัตถุทางความคิดนั้นถูกสร้างขึ้นภายในสนามพลังของจักรวาล

การที่จะทำให้ีความสามารถนี้ออกมาทำงาน เราต้องเรียนรู้ที่จะใข้พลังของจิตใจเชิงสร้างสรรค์ของเรา เราจำเป็นต้องปลุกการทำงานของ จิตใจเชิงสร้างสรรค์  เราสามารถที่จะทำให้พลังงานของเราเข้ากันได้อย่างกลมกลืนกับพลังงานจักรวาล ผ่านการแสดงออกซึ่งความสำนึกคุณที่เรามีอยู่และได้มา  ความสำนึกคุณรวมจิตใจของเราเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับพลังงานจักรวาลทั้งหมดที่มีอยู่รอบตัวเรา

การที่จะทำในสิ่งที่เป็นนามธรรมกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้เชิงรูปธรรมนั้นทำได้โดยเพียงรักษาภาพความคิดของสิ่งที่คุณต้องการเอาไว้ภายในใจ แล้วก็แสดงความสำนึกของคุณต่อจักรวาลที่ได้รับในสิ่งนี้แล้วแก่คุณ

การที่จะบรรลุในสิ่งที่คุณต้องการในกฎนี้นั้น  คือต้องรักษาภาพความมั่งคั่ง หรือในส่ิ่งที่คุณคาดหวังจะได้รับไว้ในใจ ในหัวของคุณให้ชัดเจนที่สุด แล้วแสดงความสำนึกคุณที่ความมั่งคั่งที่คุณคาดหวังนี้กำลังมาสู่คุณ  นอกจากนั้นคุณต้องมีศรัทธาหรือความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน ว่าจักรวาลกำลังจัดสรรมาจริงๆ รวมทั้งมีความสำนึกคุณที่จริงใจด้วย

 

coming soon

Powered by MakeWebEasy.com