การโปรแกรมด้วยภาษาจิต Neuro-Linguistic Programming (NLP) EP.1

Last updated: Oct 28, 2020  |  176 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

การโปรแกรมด้วยภาษาจิต Neuro-Linguistic Programming (NLP) EP.1

               คนเราติดอยู่กับพฤติกรรมของตนเอง มันก็ด้วยความเชื่อเดิมๆ ที่ถูกฝังไว้ในจิตใจของเราทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาเหตุการณ์นั้นก็จะไปฉุดปฏิกิริยาโต้ตอบของเราออกมาทันใด ปฏิกิริยานั้นอาจไม่ได้แสดงออกมาภายนอก เช่นมองเห็นดอกไม้แล้วรู้สึกสดชื่นทันที มองเห็นอากาศขมุกขมัวแล้วใจหดหู่
              สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการที่ระบบประสาทมนุษย์ถูกโยงยึดเข้ากับเรื่องราวอะไรบางอย่าง มันจดจำเรื่องราวเหล่านั้นในลักษณะที่เป็น รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส พร้อมปุ่มกดอารมณ์อย่างหนึ่ง หากเราเปลี่ยนแปลง ลักษณะ ของรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ของเรื่องราวเหล่านั้นเสียใหม่ ปุ่มที่กดก็จะกดเรื่องราวใหม่ๆออกมา และนี่คือตัวอย่างหนึ่งของการที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว

ลองคิดดู หากเราสามารถเรียกความมั่นใจขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วฉับพลัน และขยายให้มันมีความเข้มข้นอย่างมหาศาลแล้ว เราจะประสบความสำเร็จเพียงใด ไม่มีอุปสรรคใดจะมาขวางเราได้อย่างแน่นอน เพราะเรามีปุ่มกดเอาแต่ศักยภาพที่เป็นบวกของเราออกมาใช้อย่างรู้ตัวได้เสมอ และนี่แหละ NLP จึงเข้ามามีบทบาทสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉับพลัน
             โดยสรุป ถ้าคุณเข้าใจ NLP คุณจะเข้าใจวิธีการสื่อความหมายต่างๆ ส่งให้จิตใจหรือสมองของคุณ ดำเนินกรรมวิธีในลักษณะที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดได้อย่างฉับพลัน และสามารถฝ้งมันเพื่อเรียกใช้ได้อย่างอัตโนมัติด้วย

NLP โปรแกรมจิต เป็นการศึกษาร่วมกันของคนสองคน คนหนึ่งเป็นนักคณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ ชื่อริชาร์ด แบนด์ลอร์ และอีกคนคือนักภาษาศาสตร์ ชื่อ จอห์น กรินดอร์ ในช่วง คศ 1970 ซึ่งเริ่มต้นด้วยความสนใจในเรื่องของการบำบัดจิตที่ให้ผลอย่างรวดเร็ว

NLP ได้กลายเป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างยิ่งและมีการรวมกลุ่มตั้งสมาคมเกี่ยวกับ NLPอย่างมากมาย และมีผู้ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากมาย เช่น แอนโทนี่ ร็อบบินส์ จากการสัมนาของเขาและหนังสือเรื่อง Unimited Power หรือ พลังไร้ขีดจำกัด และอีกหลายคน และก็ได้พิสูจน์แล้วว่า มันใช้ได้ผลอย่างรวดเร็วจริงตามที่ผู้ก่อตั้งทั้งสองได้ตั้งใจรวบรวมไว้ แต่เขาก็สอนเสมอว่า เราจะต้องพัฒนารูปแบบนี้ให้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีหนทางตายตัวสำหร้บการเยียวยาจิตใจใดๆ

การสร้างแรงจูงใจแบบ NLP
แรงจูงใจหรือ MOTIVATION อาจแปลได้ว่าคือแรงขับ การที่มีแรงใจแต่ไม่มีแรงขับ ชีวิตของเราก็ไปไม่ฉิว เปรียบเสมือนว่าเราไม่ได้ใส่หัวเชื้อ หรือน้ำมันของรถยนต์นั่นเอง แรงขับเป็นตัวทำให้เกิดความกระตือรือร้น ความกระชุ่มกระชวย ความกระฉับกระเฉง อยากจะให้บางสิ่งบางอย่างสัมฤทธิผล ได้อย่างตั้งใจปราถนาให้ดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด

มีฝรั่งบางคนสอนเอาไว้ว่า อย่าไปโรงเรียนเลย เพราะโรงเรียนไม่ได้สอนให้ร่ำรวย ซึ่งอาจเป็นจริงในแง่ของตัวบุคคล แต่หากมองให้ลึกซึ้งแล้ว การสอนให้นักเรียนให้รู้จักคิดในแบบที่โรงเรียนสถานศึกษาได้สั่งสอนนั้น สามารถทำให้เรามองทะลุหมากได้อย่างหลายชั้น เพราะสามารถทำให้เรามองยุทธศาสตร์ระดับใหญ่ได้จากทฤษฎีต่างๆ เพราะสถาบันการศึกษาสอนให้เราวิเคราะห์โครงสร้างอย่างเป็นระบบ แต่ทว่า แม้จะมีความรู้มากมายเพียงใด หากไม่มีพลังกายเป็นเชื้อเพลิงก็จะทำให้ขาดกำลังใจ ดังนั้นเราต้องมีกำลังกาย รวมกับความรู้ ซึ่งประกอบกับความเชื่อที่เป็นพลังความคิด เมื่อพลังกายรวมกับพลังความคิด จึงทำให้เกิดพลังใจ เมื่อเรามีพลังใจแล้วต่อให้เป็นงานใหญ่เพียงใดก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายได้

องค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญมากซึ่งจะต้องเติมลงไปในพลังใจคือ motivation หรือแรงขับ แรงขับที่เกิดขึ้นจากคนเรามาจาก ความต้องการเคลื่อนที่หนีห่างจากความเจ็บปวด หรือความต้องการแสวงหาความปิติพึงพอใจ สิ่งใดก็ตามที่ทำให้เราเกิดความไม่ผาสุข ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับทุกข์ระทม ถือได้ว่าคือความเจ็บปวดทั้งสิ้น การดูถูกดูแคลนอาจทำให้กลายเป็นแรงขับ เพราะไม่ต้องการให้เป็นไปตามที่คนอื่นดูหมิ่น การที่เราทำอะไรเพื่อไม่ให้คนที่เรารักเสียใจ ก็อาจกลายเป็นแรงขับ ที่ทำให้เราเดินหน้าโดยไม่ต้องคิดมาก การที่เราอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรอาจทำให้เราอดตาย อาจเป็นแรงขับทำให้เราทำอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดการเปลียนแปลงสภาพความเป็นอยู่ แรงขับเหล่านี้เป็นแรงขับที่เราต้องผ่านความทุกข์เสียก่อนจึงจะมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเป็นแรงขับที่ไม่ค่อยดีนัก แต่มีพลังมหาศาลทีเดียว

ที่มา จากหนังสือ ภาษาจิตเปลี่ยนชีวิต

Powered by MakeWebEasy.com