หลักการตลาดยุคใหม่ ฟิลิป คอตเลอร์ 1

Last updated: Dec 15, 2019  |  122 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

หลักการตลาดยุคใหม่ ฟิลิป คอตเลอร์ 1

การแก้ปัญหาของธุรกิจสมัยนี้ ยอดขายตก มักแข่งขันกันเรื่องราคา แต่นักการตลาดยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จ จะไม่นำเรื่องราคามาแข่งขันเป็นหลัก
เพราะการตลาดสามารถทำได้มากกว่านั้น โดยการสร้างคุณค่าเพิ่มเลือกปัญหา ที่จะแก้แต่ละสินค้ามักมีปัญหาต่างกันออกไป และถึงแม้เป็นสินค้าประเภทเดียวกัน แต่มีขนาดรสชาติที่ต่างกัน ย่อมมีปัญหาแตกต่างกันไป หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจนั้นๆต้องเรียนรู้แต่ละปัญหาของสินค้าของตนเอง แต่ละผลิตภัณฑ์ แต่ละขนาด แต่ละรสชาติ

เมื่อพบปัญหาอะไรแล้ว ให้เลือกปัญหาที่มีโอกาสสูงสุด หรือที่ง่ายที่สุดในการพัฒนาธุรกิจ เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาทุกปัญหาได้ ปัญหาในธุรกิจ มีเยอะเกินไปกว่าที่จะแก้ไขได้หมด ฉะนั้น ต้องเลือกปัญหาที่มีโอกาสสร้างศักยภาพสร้างอนาคตได้ ในระยะยาวมาแก้ไข เพราะถ้าลงไปในรายละเอียดทุกปัญหา ไม่มีทางแก้ไขได้หมด

เราจึงเลือกบางปัญหาที่มีศักยภาพและสามารถช่วยเหลือธุรกิจของเราได้ในอนาคต


สินค้าที่จะขายได้ในยุคนี้ ต้องมีความแตกต่างและถูกใจ เพราะแค่แตกต่างแต่ไม่ถูกใจ เชื่อว่าก็ขายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การตลาดจึงต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทำให้เขาถูกใจ เพราะเราไม่สามารถทำสินค้าให้ถูกใจทุกคนในประเทศหรือทั้งโลกนี้ได้ จึงต้องเลือกให้คนกลุ่มหนึ่ง ถูกใจเท่านั้น

อยู่แบบช่างมัน .... ไม่รอด
โลกจะเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย และรวดเร็วขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆจะเข้ามาแทนที่ของเดิมด้วยคุณภาพที่ดีกว่าแต่ราคาถูกกว่า ถ้าผู้ประกอบการไม่เรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงและเตรียมการรับมือ กับสินค้าเจ้าอื่นที่มีคุณภาพที่ดีกว่า แต่ราคาถูกกว่า แล้วสินค้าของท่านจะไปอยู่ตรงไหน ถ้าผู้ประกอบการยังอยู่แบบ
ช่างมัน ไม่ใช่เรื่องของเรา เพราะเป็นคนละอุตสาหกรรม คนละภูมิภาค โดยลืมไปว่าโลกทุกวันนี้มันไร้พรมแดน สินค้าที่เกิดในสถานที่แห่งหนึ่ง รับรองไม่เกิน 1 เดือนสามารถลามไปทั่วโลก ยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่ดี ยิ่งลามเร็วมากด้วย หากใครเตรียมตัวไม่ทัน สินค้าคงคลังที่เหลือจะกลายเป็นขยะทันที ฉะนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเรียนรู้และตื่นตัวเสมอ

ดีกว่า ถูกกว่า ... พึ่งเทคโนโลยี
คำถามว่า เมื่อทราบอยู่แล้วว่าจะมีคลื่นมา ท่านจะหนีคลื่น หรือเลือกที่จะเรียนรู้เพื่อโต้คลื่น นำคลื่นนั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ท่านคิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน

ภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวว่า
เมื่อพายุมา บางคนหลบเข้าในบ้าน แต่บางคนไปสร้างกังหันลม ตกลงบรรดาผู้ประกอบการจะหนีเข้าบ้าน หรือจะสร้างกังหันลม ก็เลือกเอา เข้าไปหลบในบ้านอาจปลอดภัย อบอุ่น แต่ถ้าสร้างกังหันลม ท่านอาจจะได้ไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์

ภาษิตนี้บอกเราว่า
สิ่งที่เป็นอุปสรรคสามารถนำมาเป็นสิ่งท้าทาย ความรู้ ความสามารถ หน้าที่ของเรา คือฟันฝ่าเอาชนะอุปสรรค เพราะอุปสรรคทำให้แข็งแกร่งขึ้น ปัจจุบันในตลาดมีผลิตภัณฑ์ออกมาวางขายถึงขั้นภาวะ ผลผลิตล้นเกิน จำนวนสินค้าในตลาด มีมากว่า 1ล้านรายการ

ยกตัวอย่าง
กล้องดิจิตอล ทุกวันนี้ มีมากกว่า 1349 แบบให้เลือก คำถามต่อมา คือ สินค้าของเราจะไปแข่งกับใคร ให้ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย แต่เท่าที่เห็น ถ้าใครทำอะไรสำเร็จมัก แห่ทำตามกัน แต่จะสำเร็จเหมือนต้นแบบหรือไม่นั้นอีกประเด็นหนึ่ง
อย่างไรก็ตามการออกผลิตภัณฑ์ แบบเดินตาม เจ้าอื่น แต่สามารถอยู่รอดได้นั้น ยังมีทางออก คือ ต้องทำให้ดีกว่า เช่น ส้มของเขา มีวิตามินซี 5 มก. เราต้องมี7 มก. นั่นคือคุณภาพที่ดีกว่า และที่สำคัญต้นทุน ต้องถูกกว่าด้วย การทำสินค้าให้คุณภาพดีกว่าและถูกกว่าด้วยต้องอาศัยเทคโนโลยี นี่คือแนวความคิดที่พูดง่ายแต่ทำยาก

 

ที่มาจากหนังสือ แกะรอยหยักสมอง กูรูการตลาดโลก

Powered by MakeWebEasy.com